กระรอกบิน
กระรอกบิน เป็นสัตว์กลางคืน จะตื่นหลังตะวันตกดิน และยิ่งดึก ยิ่งคึก บางทีคึกจัด เล่นกันจนถึงเช้า แปดโมงก้อยังไม่ยอมเข้านอน ฉะนั้น คิดจะเลี้ยงกระรอกบิน ต้องเปลี่ยนเป็นคนนอนดึก ไม่แนะนำให้กระเตงเค้าไปไหนด้วยเวลากลางวัน โดยเฉพาะในที่ๆอับและร้อน กระรอกบินเป็นสัตว์ที่มีความเปราะบางมากๆ สามารถตายได้ง่ายด้วยสาเหตุพื้นๆ เช่น ท้องเสีย อากาศร้อน แพ้อาหาร และโรคที่เจอบ่อย คือ พยาธิ โปรโตซัว และบิด
ข้อแนะนำพื้นฐาน และข้อควรระวัง
1. โรคในกระรอกบิน
เมื่อได้มา ให้พาไปหาหมอทันที เพื่อถ่ายพยาธิ เหยาะยากันหมัด/ไร เช็คอุจจาระเพื่อกันโรคต่างๆ หากมีปัญหาจะได้รักษา กินยาได้ทันท่วงที โรคต่างๆข้างต้น หากเจอในระยะแรก สามารถรักษาชีวิตเค้าไว้ได้ เพียงแค่กินยาปฏิชีวนะ แต่หากเป็นระยะที่เชื้อโรคเจริญเติบโต และแสดงอาการแล้ว การพามารักษาขณะนั้นก้อสายไปเสียแล้ว โรคในกระรอกบินกำเริบค่อนข้างเร็ว บางตัวเจอแค่วันเดียว วันรุ่งขึ้นก้อไปแล้ว
2. อาหารสำหรับกระรอกบินเล็ก
สูตรของแม่กระรอกบินเอง ไม่แนะนำซีรีแล็กเลย อาหารเสริมชนิดนี้ มีแลคโตสจากนมวัวเป็นส่วนประกอบ นอกนั้นหลักๆจะเป็นแป้ง ซึ่งมีปริมาณคาร์โบไฮเดรตมากเกินความจำเป็นสำหรับสัตว์เล็ก สารอาหารอื่นๆแทบไม่มี หรือมีในปริมาณน้อย ปัญหาที่พบบ่อยคือ ทำให้ท้องอืด อาหารไม่ย่อย บูดเสียค้างอยู่ในกระเพาะ เป็นอาหารที่เชื้อต่างๆชอบเสียด้วย เลยกลายเป็นไปเร่งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคเหล่านั้นแทน อาหารที่ควรให้คือ สำหรับน้องๆที่งบน้อย ให้ใช้ นมถั่วเหลือง หรือนมแพะ ผสมกับกล้วยน้ำว้าสุก (อย่าเอาห่ามๆ เพราะจะทำให้เค้าท้องเสียและตาย) ห้ามเอาแกนที่มีเมล็ดให้เค้ากินเด็ดขาด เพราะมียางมาก เอาผสมน้ำร้อนคนให้ละลายเป็นเนื้อแป้ง ไม่ข้น ไม่เหลวจนเกินไป
หากมีงบเสียหน่อย ให้ใช้นมสำหรับลูกสัตว์กำพร้า หากเป็นนมสด จะเก็บไว้ได้เพียง 72 ชั่วโมง ทางเลือกอีกทางที่นิยม แต่มีราคาสูงกว่าคือ นมผง เกรดที่ดีที่สุดคือ esbilac (700กว่าบาท) รองลงมาคือ petlac (480 บาท) ข้อดีสำหรับนมผงคือ เก็บได้นาน และมีกลิ่นหอม อาจหาซื้อยากหน่อย ขอแนะนำร้านมนูญด้านหลังตลาด อ ต ก เป็นร้านที่มีของกินของใช้สำหรับสัตว์ค่อนข้างครบครันกว่าร้านอื่นๆ
จะให้ดีกว่านั้น คุณสามารถเพิ่มผงแคลเซี่ยมและฟอสฟอรัส (700กว่าบาท) ขายเป็นกระป๋องเช่นกัน
3. อาหารสำหรับกระรอกบินที่โตแล้ว ( 4 เดือนขึ้นไป)
พึงระลึกไว้เสมอว่า ให้หลีกเลี่ยงผลไม้รสเปรี้ยวทุกชนิด และแช่ล้างผลไม้ด้วยด่างทับทิมก่อนทุกครั้ง เพื่อป้องกันยาฆ่าแมลงตกค้าง
ผลไม้ที่กินได้ เช่น แอ็ปเปิ้ล สาลี่ ฝรั่ง สัปปะรดหวาน มะละกอ (ไม่ควรให้กินมาก) สตอเบอรี่ เงาะ องุ่น ลำไย ลองกอง ส้มหวานๆยกเว้น ส้มโอ มะยงชิด มะพร้าว มะม่วง ละมุด มังคุด ลิ้นจี่ พลัม พีช แพร์ พลับ แตงโม กล้วย ยกเว้นกล้วยหอม กีวี่ เป็นต้น ขอเตือนพิเศษสำหรับ องุ่น เงาะ สตอเบอรี่ ให้ระวังยาฆ่าแมลงมากๆ
*ส้มโอ-ทำให้ท้องเสีย กล้วยหอม-ทำให้ท้องอืด ลองกอง-ระวังยาง
4. อาหารเสริมน้ำผลไม้ นมถั่วเหลือง นมเปรียว น้ำธัญพืช เมล็ดทานตะวัน คุ๊กกี้ของพวกกระต่ายหรือนกแก้วนำเข้าที่เป็นเม็ดสีต่างๆ waxworm จิ้งหรีด เมล็ดธัญพืช แมงเม่า ขนมปังโฮลวีท หรือผสมธัญพืช
*เมล็ดพืชและแมลงต้องเป็นของสด มิใช่พวกที่ปรุงแล้ว หรือในเซเว่น
5. อาหารบำรุงเพิ่มเติม
อาหารเหลวสำหรับเด็ก เช่น เกอร์เบอร์ ไฮน์ ไม่จำเป็นต้องผสม สามารถตักใส่ถ้วยวางให้กินได้เลย เก็บไว้ในตู้เย็นได้ 72 ชั่วโมง กินได้ทุกรส แต่ละตัวจะชอบไม่เหมือนกัน
โยเกิร์ต รสต่างๆ

ข้อแนะนำพื้นฐาน และข้อควรระวัง
1. โรคในกระรอกบิน
เมื่อได้มา ให้พาไปหาหมอทันที เพื่อถ่ายพยาธิ เหยาะยากันหมัด/ไร เช็คอุจจาระเพื่อกันโรคต่างๆ หากมีปัญหาจะได้รักษา กินยาได้ทันท่วงที โรคต่างๆข้างต้น หากเจอในระยะแรก สามารถรักษาชีวิตเค้าไว้ได้ เพียงแค่กินยาปฏิชีวนะ แต่หากเป็นระยะที่เชื้อโรคเจริญเติบโต และแสดงอาการแล้ว การพามารักษาขณะนั้นก้อสายไปเสียแล้ว โรคในกระรอกบินกำเริบค่อนข้างเร็ว บางตัวเจอแค่วันเดียว วันรุ่งขึ้นก้อไปแล้ว
2. อาหารสำหรับกระรอกบินเล็ก
สูตรของแม่กระรอกบินเอง ไม่แนะนำซีรีแล็กเลย อาหารเสริมชนิดนี้ มีแลคโตสจากนมวัวเป็นส่วนประกอบ นอกนั้นหลักๆจะเป็นแป้ง ซึ่งมีปริมาณคาร์โบไฮเดรตมากเกินความจำเป็นสำหรับสัตว์เล็ก สารอาหารอื่นๆแทบไม่มี หรือมีในปริมาณน้อย ปัญหาที่พบบ่อยคือ ทำให้ท้องอืด อาหารไม่ย่อย บูดเสียค้างอยู่ในกระเพาะ เป็นอาหารที่เชื้อต่างๆชอบเสียด้วย เลยกลายเป็นไปเร่งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคเหล่านั้นแทน อาหารที่ควรให้คือ สำหรับน้องๆที่งบน้อย ให้ใช้ นมถั่วเหลือง หรือนมแพะ ผสมกับกล้วยน้ำว้าสุก (อย่าเอาห่ามๆ เพราะจะทำให้เค้าท้องเสียและตาย) ห้ามเอาแกนที่มีเมล็ดให้เค้ากินเด็ดขาด เพราะมียางมาก เอาผสมน้ำร้อนคนให้ละลายเป็นเนื้อแป้ง ไม่ข้น ไม่เหลวจนเกินไป
หากมีงบเสียหน่อย ให้ใช้นมสำหรับลูกสัตว์กำพร้า หากเป็นนมสด จะเก็บไว้ได้เพียง 72 ชั่วโมง ทางเลือกอีกทางที่นิยม แต่มีราคาสูงกว่าคือ นมผง เกรดที่ดีที่สุดคือ esbilac (700กว่าบาท) รองลงมาคือ petlac (480 บาท) ข้อดีสำหรับนมผงคือ เก็บได้นาน และมีกลิ่นหอม อาจหาซื้อยากหน่อย ขอแนะนำร้านมนูญด้านหลังตลาด อ ต ก เป็นร้านที่มีของกินของใช้สำหรับสัตว์ค่อนข้างครบครันกว่าร้านอื่นๆ
จะให้ดีกว่านั้น คุณสามารถเพิ่มผงแคลเซี่ยมและฟอสฟอรัส (700กว่าบาท) ขายเป็นกระป๋องเช่นกัน
3. อาหารสำหรับกระรอกบินที่โตแล้ว ( 4 เดือนขึ้นไป)
พึงระลึกไว้เสมอว่า ให้หลีกเลี่ยงผลไม้รสเปรี้ยวทุกชนิด และแช่ล้างผลไม้ด้วยด่างทับทิมก่อนทุกครั้ง เพื่อป้องกันยาฆ่าแมลงตกค้าง
ผลไม้ที่กินได้ เช่น แอ็ปเปิ้ล สาลี่ ฝรั่ง สัปปะรดหวาน มะละกอ (ไม่ควรให้กินมาก) สตอเบอรี่ เงาะ องุ่น ลำไย ลองกอง ส้มหวานๆยกเว้น ส้มโอ มะยงชิด มะพร้าว มะม่วง ละมุด มังคุด ลิ้นจี่ พลัม พีช แพร์ พลับ แตงโม กล้วย ยกเว้นกล้วยหอม กีวี่ เป็นต้น ขอเตือนพิเศษสำหรับ องุ่น เงาะ สตอเบอรี่ ให้ระวังยาฆ่าแมลงมากๆ
*ส้มโอ-ทำให้ท้องเสีย กล้วยหอม-ทำให้ท้องอืด ลองกอง-ระวังยาง
4. อาหารเสริมน้ำผลไม้ นมถั่วเหลือง นมเปรียว น้ำธัญพืช เมล็ดทานตะวัน คุ๊กกี้ของพวกกระต่ายหรือนกแก้วนำเข้าที่เป็นเม็ดสีต่างๆ waxworm จิ้งหรีด เมล็ดธัญพืช แมงเม่า ขนมปังโฮลวีท หรือผสมธัญพืช
*เมล็ดพืชและแมลงต้องเป็นของสด มิใช่พวกที่ปรุงแล้ว หรือในเซเว่น
5. อาหารบำรุงเพิ่มเติม
อาหารเหลวสำหรับเด็ก เช่น เกอร์เบอร์ ไฮน์ ไม่จำเป็นต้องผสม สามารถตักใส่ถ้วยวางให้กินได้เลย เก็บไว้ในตู้เย็นได้ 72 ชั่วโมง กินได้ทุกรส แต่ละตัวจะชอบไม่เหมือนกัน
โยเกิร์ต รสต่างๆ
เนื้อหาดีทำให้มีความรู้เรื่องกระรอกบินมากขึ้น
ตอบลบ